http://ntnmc15.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

ทำเนียบ นธน.มทบ.๑๕

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« April 2014»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   

สถิติ

เปิดเว็บ23/12/2009
อัพเดท08/01/2010
ผู้เข้าชม25,458
เปิดเพจ33,018

กิจการ นธน.

Alternative content

iGetWeb.com

ความหมายของ "วินัยทหาร" และ "แบบธรรมเนียมทหาร"

ความหมาย ของคำว่า "วินัยทหาร" และ "แบบธรรมเนียมทหาร"

"วินัยทหาร" และ "แบบธรรมเนียมทหาร"

"วินัยทหาร" คือ การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมทหาร (มาตรา ๔)

"แบบธรรมเนียมทหาร" ได้แก่ บรรดา กฎ  ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง  คำแนะนำ คำชี้แจงและสรรพหนังสือต่าง ๆ ที่ผู้บังคับบัญชาได้ออกหรือได้วางไว้เป็นหลักฐานให้ทหารปฏิบัติ ซึ่งรวมทั้งขนบธรรมเนียมและประเพณีอันดีของทหารทั้งที่เป็นและไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

            ตัวอย่างของการกระทำผิดวินัยทหาร (มาตรา ๕)

              วินัยทหารเป็นหลักสำคัญที่สุดสำหรับทหาร  เพราะฉะนั้น ทหารทุกคนจักต้องรักษาโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืน ท่านให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิด

ตัวอย่างการกระทำผิดวินัยทหาร มีดังต่อไปนี้

๑.     ดื้อ ขัดขืน  หลีกเลี่ยง  หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน

๒.     ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย

๓.     ไม่รักษามรรยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร

๔.     ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร

๕.     เกียจคร้าน  ละทิ้ง  หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ

๖.     กล่าวคำเท็จ

๗.     ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร

๘.     ไม่ตักเตือนสั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดตามโทษานุโทษ

๙.     เสพเครื่องดองของเมาจนถึงเสียกิริยาผู้ที่อยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร

                   จากบทนิยามศัพท์ของคำว่าวินัยทหาร คือการที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมทหาร  โดยมิได้มีคำจำกัดความของคำว่าทหาร นั้น หมายถึงทหารประเภทใดบ้าง  เนื่องจากทหารมีหลายประเภท โดยพิจารณาจาก พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ ซึ่งแบ่งทหารออกเป็น ๔ ประเภท คือ

ก. ทหารกองประจำการ  (คือ ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะปลด)

ข. ทหารประจำการ  (คือ ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดซึ่งมิใช่ทหารกองประจำการ)

ค. ทหารกองเกิน  (คือ ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรา ๑๖ หรือ ผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรา ๑๘ แล้ว)

ง. ทหารกองหนุน  ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑) ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑  (คือ ทหารที่ปลดกองประจำการโดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุน ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗)

๒) ทหารกองหนุนประเภทที่ ๒  (คือ ทหารที่ปลดออกจากกองเกิน ตามมาตรา๓๙  หรือปลดจากกองประจำการ ตามมาตรา ๔๐)

 เมื่อพิจารณาคุณสมบัติของทหารทั้ง ๔ ประเภท จะเห็นได้ว่า ทหารที่ต้องอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารตลอดเวลาที่รับราชการก็คือ ทหารกองประจำการ และทหารประจำการส่วนทหารกองเกินและทหารกองหนุนนั้น  เป็นทหารที่มิได้รับราชการทหารและมิได้อยู่ประจำหน่วยทหาร  จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร  ยกเว้นในกรณีที่ทหารกองเกินและทหารกองหนุนถูกเรียกเข้ารับราชการ ตาม มาตรา ๓๖ กล่าวคือเมื่อถูกเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมและในการระดมพลต้องตกอยู่ในวินัยทหารเหมือนทหารกองประจำการ ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ถูกเรียกเข้ารับราชการกรณีดังกล่าว ทั้งทหารกองเกินและทหารกองหนุนต้องตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร เช่นเดียวกับทหารกองประจำการในฐานะเป็นผู้รับทัณฑ์

        สำหรับบุคคลที่มิใช่ทหาร  แต่ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งวินัยทหาร  เพราะมีบทบัญญัติไว้ในตารางเทียบชั้นผู้ลงทัณฑ์และผู้รับทัณฑ์ ท้าย มาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ.วินัยทหารฯ ในฐานะเป็นผู้รับทัณฑ์  ได้แก่

               ๑. นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร (นักเรียนนายร้อย, นักเรียนนายเรือ, นักเรียนนายเรืออากาศ) 

               ๒. บุคคลผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างเข้ารับการฝึกวิชาทหารโดยคำสั่ง รมว.กห. ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร  (พ.ร.บ.ส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๑๐บัญญัติว่านิสิตหรือนักศึกษาที่เข้ารับการฝึกวิชาทหาร ตามหลักสูตรที่ กห.กำหนด  ในระหว่างที่เข้ารับการฝึกวิชาทหารให้ถือว่าเป็นทหารกองประจำการ)
               ๓. นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้เป็นนายทหารประทวน  (นักเรียนนายสิบ , นักเรียนจ่า , นักเรียนจ่าอากาศ)

ผู้บังคับบัญชา และผู้ใหญ่เหนือตน

ก.   ความหมายของคำว่า "ผู้บังคับบัญชา"

"ผู้บังคับบัญชา" หมายความว่า  ผู้ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ปกครองดูแลทุกข์สุขของทหาร  ทั้งรับผิดชอบในความประพฤติ  การฝึกสอน  อบรม  การลงทัณฑ์  ตลอดจนสั่งการแก่ผู้ใต้
บังคับบัญชา และให้ความดีความชอบแก่ทหารได้

ผู้บังคับบัญชาแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑)  ผู้บังคับบัญชาโดยตรง  มีอยู่คนเดียว คือ ผู้บังคับบัญชาที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด สำหรับดูแลสุขทุกข์ผู้ใต้บังคับบัญชา  เช่นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพลทหารในหมู่หนึ่ง ๆ ก็ คือ ผบ.หมู่นั้น ๆ  ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ ผบ.หมู่ คือ ผบ.หมวด  และผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ ผบ.หมวด คือ ผบ.ร้อย เป็นต้น

๒) ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น  หมายถึง ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่อันดับสูงถัดขึ้น
ไปจากผู้บังคับบัญชาโดยตรง  เช่น  ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของพลทหารในหมู่หนึ่ง ๆ  ได้แก่ ผบ.หมวด, ผบ.ร้อย, ผบ.พัน, ผบ.กรม, ผบ.พล, แม่ทัพ และ รมว.กห.  ซึ่งเป็นการเรียงลำดับจากต่ำ ไปหาสูงตามตำแหน่งที่ปรากฏในตารางกำหนดชั้นผู้ลงทัณฑ์และผู้รับทัณฑ์ท้ายมาตรา ๑๐  ส่วนหน่วยทหารที่มีการจัดหน่วยและเรียกตำแหน่งไม่ตรงตามตำแหน่งดังกล่าว ให้พิจารณาจากอัตราการจัดของหน่วยและสายการบังคับบัญชาของหน่วยนั้น ๆ เป็นหลักในการจัดลำดับชั้นของผู้บังคับบัญชา

ข.   ความหมายของคำว่า "ผู้ใหญ่เหนือตน"

"ผู้ใหญ่เหนือตน"  หมายความว่า  ผู้ที่มียศสูงกว่าหรือมีตำแหน่งสูงกว่าแต่ไม่มีอำนาจบังคับบัญชา  เพียงแต่มีสิทธิในการว่ากล่าวตักเตือนผู้น้อยในทางที่ชอบ ผู้ใหญ่เหนือตน
ได้แก่ ผู้ที่อยู่ในสังกัดเดียวกัน  แต่มิใช่ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่อยู่ในสังกัดเดียวกันแต่ต่างสายการ
บังคับบัญชา หรือผู้ที่อยู่ต่างสังกัด  ต่างเหล่าทัพ เป็นต้น

ข้อสังเกต

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือ ผู้ช่วยของหัวหน้าส่วนราชการ หรือหน่วยใด ๆ นั้น
มักมีผู้เข้าใจไขว้เขวอยู่เสมอว่าผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงบ้าง  เป็นผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นบ้าง ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง  เพราะผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วย มีหน้าที่ช่วยเหลือการบริหารงานของหัวหน้าส่วนราชการ หรือ ผบ.หน่วย นั้น ๆ เท่านั้น

view

 หน้าแรก

 อศจ.มทบ.๑๕

 กระทรวงกลาโหม

 มทบ.๑๕

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view